Tag: Reflections

  • Learning English at age 37

    Learning English at age 37

    ภาษาอังกฤษ ในวัย 37 (ขวบ) 

    ภาษากับฉันเหมือนเป็นคู่ขนานกันมาตลอด เมื่อการเรียนเก่งคงเป็นเฉพาะกับใครบางคน

    ทั้งชีวิตฉันจึงติดอยู่ในความคิดนั้น 

    ไม่ว่า”เก่ง” หรือ “โชคดี” มันคงติดตัวมาตั้งแต่เกิด ส่วนคนอย่างฉัน

    “ฉันเป็นเพื่อนกับความโชคร้าย”

    “ฉันเรียนไม่เก่งหรอก”
    หรืออีกคำลบ ๆ มากมายที่ฉันชอบสรุปกับตัวเอง

    นอกจากเป็นสิ่งที่ตัวเองบอก และยังมีคนรอบตัวคอยย้ำ จนถึงวันที่ฉันก็คิดว่าการเรียนไม่สำคัญอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เรียนภาษา แต่ทุกการเรียนรู้

    ในอายุ 18 ฉันจึงเลือกงานมากกว่าสิ่งอื่น เพราะทั้งเลี้ยงชีพและมันเหมือนว่าฉันมีคุณค่า ฉันเหมาะกับการทำงานมากกว่า แต่ก็ไม่ได้ทิ้งซะทีเดียว ฉันโชคดีมาก ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดโอกาส ให้ได้เข้าเรียน ด้วยค่าเทอมที่เข้าถึงง่าย และสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

    ขอบคุณรูปภาพจาก thaifranchisecenter


    แต่เมื่อโฟกัสเราอยู่ที่งาน การเรียนก็เหมือนค่อยจางหายไป

    มีผู้ใหญ่ท่านนึง ซึ่งมีพระคุณกับฉันมาก ฉันได้ร่วมงานกับเขา
    เค้ากล่าวว่า “‘งานที่เราทำ ต้องมีใบปริญญานะ” ฉันก็เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ ในใจหลายครั้ง แต่เนื่องจากฉันเคารพเค้า เค้าว่าแบบไหนก็แบบนั้น (นึกในใจ ไม่นั้นฉันก็อดทำงานกะเค้าสิ)

    คำพูดและเหตุการณ์ ในช่วงเวลานั้น ทำให้ฉันกลับมาสนใจเรื่องเรียนมากขึ้น

    แต่พอฉันเรียนจบ มุมมองบางอย่างก็เปลี่ยนไป ฉันได้ทำงาน แต่กลับไม่ได้ทำงานกับผู้มีพระคุณนะ 

    แต่ฉันได้ทำงานที่อื่น แต่ทุกวันนี้ มองย้อนกลับไป ฉันอยากขอบคุณท่านเหลือเกิน ที่คิดกุศโลบาย มาหลอกล่อฉัน ให้กลับไปเรียน

    เมื่อตอนอายุ 25 ฉันได้เริ่มงานแรก แต่เพราะกว่าจะกลับมาเรียนทำให้ฉันจบช้ากว่าคนอื่น เพราะด้วยราคาค่าเทอมที่เข้าถึงง่าย ก็เหมือนกับดาบ 2 คม เช่นกัน ฉันใช้เวลาเรียน 6 ปี และกลายเป็นเรียนช้ากว่าคนอื่น ๆในรุ่นเดียวกัน

    ขอเล่าย้อนไปถึงประสบการณ์ 6 ปี 3 คณะ เรียนอะไรนานขนาดนั้นน้อ

    ความโชคร้ายเป็นเรื่องจริง หรือเป็นข้ออ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องทำสิ่งที่ควรทำ

    1. คณะวิทยาศาตร์ เอกคอมพิวเตอร์ เป็นคณะที่ใฝ่ฝัน ฉันชอบคอมพิวเตอร์มาก ๆ ก็ต้องเรียนนี่สิ (กล้าลงทะเบียนเรียนเนอะ ทั้งที่ไม่มีเวลาไปเรียน 555) ผลลัพธ์ ออกมา ภาษาชาวราม คือ  “ล้างบอร์ด” นั่นเท่ากับว่าตกทั้งหมด
    2. คณะบริหาร เอกบัญชี (ก็ยั้งจะอีก) แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้เรียนคนเดียว ตามเพื่อนล้วน ๆ เพื่อนไม่ผิดนะ เพราะฉันคิดว่าเรียนอะไรแล้วดี มีงานทำตลอด ไม่มีทางงตกงาน เราก็ควรเรียน ไม่รู้ว่าชอบไหมถนัดรึเปล่า ตลกตัวเองเหลือเกิน (ที่ปรึกษาของฉันในวัยนั้น คือ ฉัน คนเมื่อวาน ยิ่งคิดก็ยิ่งขำ)
    3. สุดท้าย คณะรัฐศาตร์ เอกการเมืองและการปกครอง พอฉันเปลี่ยนมาเป็นคณะนี้ หลายความคิดเห็นก็เข้ามา //เรียนไม่จบก็แย่แล้วนะ // คณะนี้จบง่าย // สุดท้ายก็ไม่พ้นคณะนี้  แต่ฉันนั้นอาจจะไม่ได้สนใจ แต่ก็ยังเก็บมาคิดมาก
      ฉันขอบอกตรงนี้ในมุมมองฉันเลยนะ ฉันให้เกียรติและเคารพทุกสถาบันทุกคณะ หรือ ทุกวิชาเรียน เพราะไม่มีอะไรง่ายเลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ ถ้าฉันไม่อ่าน ไม่ไปสอบ เพียงแต่เงื่อนไขของคณะนี้สอดคล้องกับฉัน คือ สามารถเรียนโดยไม่ต้องเข้าห้องหรือมีเก็บคะแนนระหว่างเรียน ฉันจึงสามารถทำงานและเรียน ไปได้พร้อมกัน

      แล้วคุณคิดว่าการทำงานไปเรียนไป มันง่ายไหม!!!

    การที่ฉันเรียนจบในคณะรัฐศาตร์ อาจจะมาจากเหตุและผลหลาย ๆอย่าง 

    • ฉันเจอผู้มีพระคุณ
    • ฉันกำลังอกหัก
    • ฉันเกิดอุบัติเหตุ
    • ตัวฉันเอง (ฉันอยากเรียนจบแล้ว )

    ไม่ว่าจะประกอบด้วยเหตุผลไหน สุดท้ายฉันก็เรียนจนจบ แต่ที่เรียนมายาวนาน

    เรียนเยอะ, เรียนเก่ง, ไม่รู้จะเรียนอะไร แล้วตรงไหนของบทความที่บ่งบอกเรื่องภาษาอังกฤษ ยั้งไม่มีเลยสักนิด

    เนื่องจากบทความนี้ค่อนข้างจะยาว เลยขอแบ่งเป็น 2 บทความ ไว้มาต่อกันนะคะ

    Question of the Day

    การเรียนรู้จำกัดอายุสำหรับคุณ ไหม

    Phlibai เกิดขึ้นเพราะ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวฉันเอง หรือคนที่มองหาพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน

    #QuestionsThatStay #Reflections Lab

    A good question stays longer than an answer.
    A space to pause and reflect on the things we often walk past.

  • Ordinary Day

    Ordinary Day

    วันแสนธรรมดา

    วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวัน วันอาทิตย์ที่ส่วนใหญ่ ฉันก็จะปล่อยให้ไหลไป เนื่องจากความเหนื่อยล้าของวันทำงานที่ผ่านมา วันนี้ชื่อเรื่องก็เปิดมาด้วยวันธรรมดา นั่นคือ เป็นแบบนั้นจริง ๆ ฉันค่อนข้างที่จะตื่นสาย และยังไม่รีบร้อนที่จะทำอะไรเพราะอยากให้ตัวเองได้พัก

    ช่วงกลางวันฉันและเธอ ได้ออกไปคาเฟ่ใกล้บ้าน สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะถึงแม้จะมี GPS แต่ฉันก็หลง!!! หลงเพราะปักมุดผิดนั่นแหละ 555 ขำตัวเองมาก น้ำมันก็ใกล้จะหมดด้วย แต่สุดท้ายเราก็ถึงจุดหมาย 

    ขอบคุณรูปภาพจาก Unsplash

    ร้านค่อนข้างน่ารัก เล็กแต่อบอุ่น คุ้มกับการที่เดินทาง เราได้ไปเลือกของที่จะกินและฝากคนที่บ้านเล็กน้อย แล้วด็เดินทางกลับบ้าน 

    สิ่งที่มีความหมาย อาจเป็นสิ่งธรรมดาที่เรามองข้ามไป

    กลับถึงบ้านก็ต่างนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนโซฟา และได้ใช้เวลาซึ่งเป็นส่วนตัวของแต่ละคน วันนั้นฉันรู้สึกขี้เกียจถึงขี้เกียจมาก ๆ

    จนช่วงเย็น เธอก็ลากฉันออกไปทำกิจกรรม เดินเล่น ขี่รถรอบ ๆ หมู่บ้าน เหมือนที่เราชอบทำกัน แต่ต่างไปจากเดิมนิดหน่อยตรงที่วันนี้ ไปเล่นน้ำกันด้วย

    เนื่องจากเป็นสระน้ำที่ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้ได้ว่ายไปเพียงเล็กน้อย และนอนแช่น้ำซะมากกว่า

    แต่เพียงฉันได้เงยหน้ามองฟ้า วันธรรมดา ก็ดูแตกต่าง ท้องฟ้า เป็นท้องฟ้าที่สวยมาก เมฆค่อย ๆ ลอยไปมาอย่างช้า ๆ  ฉันไม่ได้เงยหน้ามองมันมานานเท่าไหร่แล้วนะ ทุกความทุกข์ ความกังวล และความไม่สบายใจที่มี ก็เหมือนได้สลายหายไปและเบาบาง

    ขอบคุณรูปภาพจาก Unsplash

    บางทีสิ่งที่มีความหมาย ไม่จำเป็นต้องมาจากการทำสิ่งแปลกใหม่ หรือสิ่งที่ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นความสำเร็จ และก็ไม่จำเป็นต้องลงโซเชียล ไม่มียอดไลค์ ยอดแชร์ แต่มันคือความธรรมดาที่เราอาจจะหลงลืมไป

    และสำหรับบางคน การได้กินกับข้าวฝีมือแม่ ได้กินไข่เจียวฟู ๆ ได้เล่นกับน้องหมา น้องแมว ได้จัดบ้านให้ดูเรียบร้อย หรือได้ดูซีรีย์เรื่องโปรด ก็แสนจะมีความสุข กับการหยุดไล่ล่าสิ่งที่ตามหา และอยู่กับความธรรมดา

    Question of the Day

    แล้ววันแสนธรรมดา ครั้งสุดท้ายของคุณเกิดขึ้นเมื่อไหร่

    Phlibai เกิดขึ้นเพราะ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวฉัน หรือคนที่มองหาพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน

    #QuestionsThatStay #Phlibai

    A good question stays longer than an answer.
    A space to pause and reflect on the things we often walk past.

  • Postcard from Sean

    Postcard from Sean

    โปสการ์ด จากฌอน

    ช่วงเวลาเย็นวันนึง หลังจากมัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้านทั้งวัน ฉันเลือกออกไปเดินเล่น และก่อนที่จะเดินเข้าบ้าน มันก็เหมือนเดิม ๆ กับทุกวัน ที่ต้องแวะเช็คตู้จดหมาย เหมือนพนักงานออฟฟิศที่ต้องเช็ค Mail ทั้งที่รู้ว่าไม่มีอะไร แต่ก็เช็ค เพราะความเคยชิน

    พอเปิดตู้ ความแปลกใจก็เกิดขึ้น เป็นกระดาษหนา มีรูป และที่อยู่ผู้ส่งมาจากต่างประเทศ

    ฉันดีใจ ๆๆ มาก ๆๆ เพราะจำได้ไว้เป็นโปสการ์ดของใครสักคน ที่ฉันรอคอย

    ฉันค่อย ๆ ลูบ และสัมผัส อย่าง ช้า ๆ ดีใจและซึมซับอยู่แบบนั้น แต่เวลาผ่านไปไม่นาน ฉันคนเดิมก็ย้อนกลับมา


    คนที่…รักตัวเองน้อย 

    คนที่…ไม่เห็นค่าตัวเอง

    คนที่…ยกเครดิตให้คนอื่นเสมอ 

    ตอนนั้นความคิดฉัน ผุดมาหลายอย่าง แต่เป็นในทางที่ลบ แบบ…

    สิ่งนี้ (โปสการ์ด) ไม่ใช่เรื่องแปลกหนิ ใครเค้าก็คงได้กัน และฉันก็คงเป็นคนนึงในนั้นที่ได้

    ไม่ได้แตกต่างไปจากคนอื่น แล้วฉันจะดีใจไปทำไม เหมือนจะไม่มีอะไรให้ต้องดีใจด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เรา ๆ มักจะทำเป็นประจำนั้น ต้องโชว์หน่อย ฉันถ่ายรูปและโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย

    แต่มีบางสื่งที่เข้ามากระตุกใจฉัน และมันแปลกมาก 

    หลังจากสิ่งที่ฉันมองในแง่ลบ แต่เพิ่มมาอย่างนึง คือ มองมุมอื่น

    แล้ววันนั้น
    1. ถ้าฉัน ไม่อ่านหนังสือเล่มนั้น (Suddenly Talented วิชาเก่งปุปปัป จากบทที่ 34 ขอบคุณ หน้า 222 )

    2. ถ้าฉัน ไม่อยากจะเขียนอีเมลไปหละ

    3. ถ้าฉัน เขียนอีเมลแล้วไม่กดส่ง ทุกอย่างจะเกิดขึ้นและเป็นจริงไหม คิด คิด คิด

    ขอบคุณรูปภาพจาก www.amazon.in

    ฉันเปลี่ยนจากการคิดลบ กลับมาให้เครดิตตัวเอง 

    เพราะฉัน เริ่ม… ทุกอย่างจึงเกิดขึ้น
    และตอนนี้หลักฐานจึงปรากฎตรงหน้า จากการที่ฉันลงมือทำ และความธรรมดา จึงไม่ธรรมดาอีกต่อไป

    “มันจะไม่เป็นจริง ถ้าคุณไม่ลงมือทำ”


    ที่ผ่านมาฉันเป็นคนขี้สงสัย ขี้กลัว กลัวว่าลงมือทำแล้วจะเป็นยังไง คิดจนเหนื่อยและสุดท้ายก็ไม่เคยได้ทำอะไร

    วันนี้ฉันก็ยังคงเป็นคนนั้น ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่ฉันเปลี่ยน ให้โอกาสตัวเองบ้าง,ให้เครดิตตัวเองหน่อย

    ให้โอกาสโดยได้ลองอะไรใหม่ ๆ ถึงจะผิดพลาด ก็ให้อภัยตัวเอง
    ให้เครดิตตัวเองก่อนคนอื่น คือ ทุกความสำเร็จฉันมักจะยกให้คนอื่นเสมอ จนตัวเองตัวเล็ก ไม่มีค่า

    แต่วันนี้ เหตุ: เพราะฉันเริ่มลงมือ  / ผล: สิ่งต่าง ๆ จึงปรากฎ

    Question of the Day

    มีไหมเรื่องที่คุณคิดว่าทำไม่ได้ ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้ลงมือทำ

    Phlibai เกิดขึ้นเพราะ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับตัวฉันเอง หรือคนที่มองหาพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน

    #QuestionsThatStay #Reflections #Phlibai

    A good question stays longer than an answer.
    A space to pause and reflect on the things we often walk past.